Go to content Go to navigation Go to search

กินอย่างไรให้หลับสบาย

มกราคม 28th, 2010 by เด็กชายธีรภัทร ปานวงษ์

กินอย่างไรให้หลับสบาย

วัน ๆ ก็มีแต่เรื่อง กิน กิน กิน อยู่ในหัวสมอง แต่จะกินทั้งทีก็ต้องกินให้ถูกด้วย
กินมากไปก็ให้โทษต่อร่างกาย แถมยังน้ำหนักเพิ่ม โดยเฉพาะกินก่อนนอนเนี่ยพี่ซีชอบมาก อิอิ
เอาละ เรามาดูว่ากินยังไงถึงจะหลับสบายแล้วก็ไม่อ้วนกันดีก ว่า

กินอย่างไรให้หลับสบาย

เมื่อคนเราอายุมากขึ้น ปัญหาการนอนไม่หลับก็มักจะตามมาโดยที่เราปฏิเสธไม่ได ้เลยล่ะ
แต่ก็ใช่ว่าเราจะแก้ไขไม่ได้นะคะ เราสามารถกำจัดปัญหาเหล่านี้ออกไปได้ด้วยการเลือกรับ ประทานอาหาร

★ นมอุ่น
เพราะในน้ำนมนั้นจะประกอบไปด้วยกรดอะมิโน ที่จะช่วยทำให้เรานอนหลับสบาย
ควรดื่มในตอนเย็น แต่ถ้าเป็นนมพร่องมันเนยได้ก็จะดีมากเลยล่ะ

★ ละเว้นอาหารหนักๆ ในมื้อเย็น
เพราะถ้าเรามาทานอะไรหนักๆ
ในตอนเย็นนั้นกระเพาะของเราต้องย่อยอาหารในปริมาณมาก ๆ จนทำให้ร่างกายพักผ่อนได้ไม่เต็มที่
ทางที่ดีคือ ควรทานอาหารมื้อเย็นให้เร็วขึ้นและลดปริมาณให้น้อยลง จะดีที่สุด

★ ทานอาหารจำพวกคาร์โบไฮเดรต
เพราะคาร์โบไฮเดรตจะช่วยให้ร่างกายผลิตสาร Serotonin ซึ่งเป็นสารเคมีที่จำเป็นต่องสมอง
ทำให้เรานอนหลับได้สนิท ฉะนั้นเราควรบริโภคคาร์โบไฮเดรตให้เพียงพอในแต่ละวัน

หาก คืนนี้คุณอยากจะนอนหลับสบายล่ะก็
อย่าลืม ! นำวิธีนี้ไปใช้กันดูนะคะ รับรองว่าคุณจะนอนหลับได้สบายๆ แถมตื่นมาด้วยความสดชื่นอีกด้วย

เทคนิคการทำไข่เจียวให้ฟูกรอบนุ่มอร่อย

มกราคม 28th, 2010 by เด็กชายธีรภัทร ปานวงษ์

เทคนิคการทำ “ไข่เจียวธรรมดา” ให้ฟู แถมกรอบนอกนุ่มในแบบไม่พึ่งตัวช่วยใด ๆ

เทคนิคการทำ “ไข่เจียวธรรมดา” ให้ฟู แถมกรอบนอกนุ่มในแบบไม่พึ่งตัวช่วยใด ๆ

บ่อยครั้งที่เรามักจะเห็นคำถาม เกี่ยวกับการทำไข่เจียวให้อร่อย
ในห้องก้นครัว เรียกว่าเป็นคำถามยอดฮิตเลยทีเดียว

เนื่องจากเป็นเมนูที่ทำให้อร่อยได้ง่าย ถ้ารู้จักเทคนิคเล็ก ๆ น้อย ๆ
ซึ่งในกระทู้นี้เราจะว่ากันด้วยการทำ “ไข่เจียวธรรมดา” คือไม่ใส่เนื้อสัตว์
หรือผักอะไรใด ๆ ให้วุ่นวายให้เป็นไข่เจียวที่ “ทำง่ายมากและอร่อย”

มาดูกันว่ามันจะง่ายแค่ไหน กับผลที่ได้ตามภาพนี้

เทคนิคที่ว่านั้นคือการใช้ “หม้อ” ในการเจียวไข่
นอกจากเราไม่ต้องกลัวรูปร่างไข่จะไม่สวยแล้ว
เรายังสามารถทำให้มันฟูและหนาได้ตามความต้องการ
โดยไม่ใช่ตัวช่วย หรือสารประกอบใด ๆ ทั้งสิ้น
(ตามปกติแล้ว การใส่หมูสับ หรือใส่แป้งลงไป จะทำให้ไข่หนาขึ้นมาได้มากขึ้น
แต่ว่าวันนี้เราต้องการเป็นเนื้อไข่ไก่ล้วน ๆ)

เครื่องมือ+เครื่องปรุงวันนี้มีแค่ 3 – 4 อย่างเท่านั้น
- ไข่ไก่ 2 ฟอง- ซีอิ้วขาว- หม้อ + น้ำมันสำหรับทอด

สิ่งที่ยังขาดไม่ได้ก็คือ “ไฟ” ต้องมีความแรงอยู่พอสมควร
แต่ไม่ถึงกับต้องแรงจัดคนที่ไม่มีเตาเร่ง หรือเตาฟู่ ก็ยังพอทำได้

นำหม้อใส่น้ำมันพืช แล้วนำไปตั้งไฟพอให้เริ่มมีควันเล็กน้อย ไม่ถึงกับควันโขมงนะ

สำหรับหม้อขนาดนี้ ใช้ไข่ 2 ฟอง กำลังเหมาะ
ถ้าใช้ 3 ฟองก็ยังพอได้อยู่
แต่มันจะฟูขึ้นมาจนเกือบล้น เวลาทอดเดี๋ยวคอยดูละกันเนอะ

ปรุงรสด้วยซีอิ็วขาวเพียงอย่างเดียว แล้วตีเร็วๆให้เข้ากัน

ตีเสร็จแล้ว อย่าวางทิ้งไว้รีบเอาลงกระทะเลย
ฟองอากาศมันจะได้ยังแฝงตัวอยู่ในเนื้อไข่ ไม่ลอยขึ้นมาจนหมด

จำไว้ว่า ถ้าอยากได้ไข่ที่ฟูกรอบน้ำมันจะต้องมากพอ
แต่ก็ต้องไม่มากเกินไป และต้องร้อนระดับควันขึ้นฉุย ๆ แต่ไม่ใช่ควันโขมง

นับ 1

2

3

เมื่อเทไข่ลงไป ก็จะได้ผลอย่างที่เห็นในรูปมันฟูออกมาพอดี ๆ หม้อ
เป็นไข่เจียวกลม ๆ หนา ๆ ที่แสนน่ากิน

กลับแล้ว 1 รอบ

ทอดไปสักครู่ จนเริ่มเห็นว่าผิวด้านบนของไข่ เริ่มแห้ง

พลิกอีกครั้งหนึ่ง เพราะไข่เจียวด้านแรก มักจะสวยกว่าอีกด้านเสมอ

เสร็จแล้วช้อนขึ้นมา
เอามาวางไว้บนตะแกรงเพื่อสะเด็ดน้ำมัน
ถ้าเป็นไข่แบบบีบมะนาว รับรองแฟ่บตั้งแต่ตักขึ้นจากกระทะ

ด้านข้าง ของเจ้าไข่เจียวทอดหม้อ ฟูแล้วไม่แฟ่บ

การใช้หม้อทอดไข่ เป็นสิ่งที่ตอบโจทย์ได้ทุกข้อเลยค่ะ
ทั้งความง่ายในการทอดโดยเฉพาะอย่างยิ่งการกลับไข่

ที่ทุกคนเป็นห่วงเพราะดูแล้วหม้อมันจะคับแคบ
และกลับยากแต่ว่าไม่ได้เป็นอย่างที่คิด
เพราะไข่จะลอยอยู่บนน้ำมัน และไม่ได้แตะก้นหม้อแต่อย่างใด

ดังนั้นการกลับก็แค่ใช้ตะหลิว
หรือแม้กระทั้งช้อนกินข้าวนี่ล่ะตลบมันกลับอีกด้าน
ไม่ต้องกลัวมันแตกหรือขาดอย่างเวลาใช้กระทะทอดด้วย

คือทำอย่างไรมันก็จะเป็นรูปกลม ๆ หนา ๆ น่ากินเช่นนี้เสมอ ๆ
นอกจากจะฟูแล้วไม่แฟ่บ มันยังมีเนื้อไข่สีเหลือง ๆ นุ่ม ๆ ให้เราได้สัมผัสด้านในด้วย
ไม่ใช่ว่าฟูกรอบจนไม่เหลือเนื้อไข่นะแบบนี้สิ ไข่เจียวในฝันเลย

เอาอะไรมาแลกก็ไม่ยอมม

เป็นไข่เจียวที่ทำง่าย อร่อยง่าย และพลาดยากมาก ๆ
ขอเพียงมีอุปกรณ์ที่เหมาะสม และใกล้เคียง
ส่วนเทคนิคในการทำนั้นแทบไม่มีอะไรเลย เป็นไข่เจียวที่ทอดทีไรก็ออกมาเหมือนกันทุกครั้ง แบบไม่ต้องลุ้นเลย

เนื้อไข่ฟูด้านนอก นุ่มนิ่มด้านในไม่อมน้ำมันด้วยนะ

บอกลาไข่แบน ๆ แฟ่บ ๆ ขาดรุ่งริ่ง อมน้ำมันไปได้เลยไข่เจียว in a pot !!

ตอนรับวาเลนไทน์ด้วยช็อกโลแลต

มกราคม 28th, 2010 by เด็กชายธีรภัทร ปานวงษ์

วันวาเลนไทน์นั้นมีมาตั้งแต่สมัยจักรวรรดิโรมัน ในกรุงโรมสมัยก่อนนั้น วันที่ 14 กุมภาพันธ์ จะเป็นวันเฉลิมฉลองของจูโน่ซึ่งเป็นราชินีแห่งเหล่าเทพและเทพธิดาของโรมัน ชาวโรมันรู้จักเธอในนามของเทพธิดาแห่ง อิสตรีและการแต่งงาน และในวันถัดมาคือวันที่ 15 กุมภาพันธ์ ก็จะเป็นวันเริ่มต้นงานเลี้ยงของ Lupercalia การดำเนินชีวิตของเด็กหนุ่มและเด็กสาวในสมัยนั้นจะถูกแยกจากกันอย่างเด็ดขาด แต่อย่างไรก็ตาม ยังมีประเพณี อย่างนึง ซึ่งเด็กหนุ่มสาวยังสืบทอดต่อกันมา คือ คืนก่อนวันเฉลิมฉลอง Lupercalia นั้นชื่อของเด็กสาวทุกคนจะถูกเขียนลงในเศษกระดาษเล็ก ๆ และจะใส่เอาไว้ในเหยือก เด็กหนุ่มแต่ละคนจะดึงชื่อของเด็กสาวออกจากเหยือก แล้วหลังจากนั้นก็จะจับคู่กันในงานเฉลิมฉลอง บางครั้งการจับคู่นี้ ท้ายที่สุดก็จะจบลงด้วยการที่เด็กหนุ่มและเด็กสาวทั้งสองนั้นได้ตกหลุมรักกันและแต่งงานกันในที่สุด

ภายใต้การปกครองของจักรพรรดิคลอดิอุสที่สอง (Claudius II) นั้น กรุงโรมได้เกิดสงครามหลาย ครั้ง และคลอดิอุสเองก็ประสบกับปัญหาในการที่จะหาทหารจำนวนมากมายมหาศาลมาเข้าร่วมในศึกสงคราม และเขาเชื่อว่าเหตุผลสำคัญก็คือ ผู้ชายโรมันหลายคนไม่ต้องการจากครอบครัวและคนอันเป็นที่รักไป และด้วยเหตุผลนี้เอง ทำให้จักรพรรดิคลอดิอุสประกาศให้ยกเลิกงานแต่งงานและงานหมั้นทั้งหมดในกรุงโรม ถึงกระนั้นก็ตาม ยังมีนักบุญผู้ใจดีคนหนึ่งซึ่งชื่อว่า ท่านนักบุญวาเลนไทน์ ท่านเป็นพระที่กรุงโรมในสมัยของจักรพรรดิคลอดิอุสที่สอง ท่านนักบุญวาเลนไทน์และนักบุญมาริอุส ได้จัดตั้งกลุ่มองค์กรเล็ก ๆ เพื่อช่วยเหลือชาวคริสเตียนที่ตกทุกข์ได้ยากเหล่านี้ และได้จัดให้มีการแต่งงานของคู่รักอย่างลับ ๆ ด้วย

และจากการกระทำเหล่านี้เอง ทำให้นักบุญวาเลนไทน์ถูกจับและถูกตัดสินประหารโดยการตัดศีรษะ ในวันที่ 14 กุมภาพันธ์ ประมาณปีคริสต์ศักราชที่ 270 ซึ่งถือเป็นวันที่ท่านได้ทนทุกข์ทรมานและเสียสละเพื่อเพื่อนมนุษย์

เกรียน คำที่คนยุคไซเบอร์ควรรู้

มกราคม 26th, 2010 by เด็กชายธีรภัทร ปานวงษ์

เกรียน

เกรียน เป็นศัพท์สแลงแทนบุคคลหรือกลุ่มบุคคลที่มีพฤติกรรมก้าวร้าว ก่อกวน ไร้เหตุผล หรือคิดว่าตัวเองเป็นศูนย์กลางของสังคมอินเทอร์เน็ต บุคคลกลุ่มนี้จะใช้อารมณ์มากกว่าเหตุผลหรือการวิเคราะห์ไตร่ตรอง นอกจากนี้ยังอาจหมายถึงบุคคลที่ชอบแสดงตัวว่ามีความรู้ ทั้งที่ในความเป็นจริงไม่มีความรู้ดังกล่าวเลย หรือมีเพียงผิวเผินเท่านั้น

ประวัติ

ในช่วงแร็กนาร็อกออนไลน์เป็นที่นิยมในระยะแรกๆ เยาวชนที่เล่นเกมนี้ยังไม่มีวุฒิภาวะเพียงพอที่จะจัดสรรเวลาและค่าใช้จ่ายของตน เพื่อที่จะเล่นในร้านอินเทอร์เน็ตหรือที่บ้าน กระทรวงเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร (ไอซีที) จึงเข้ามาดูแลส่วนนี้โดยตรง โดยออกข้อบังคับบางประการ เช่น ห้ามเยาวชนที่มีอายุต่ำกว่า 18 ปีเล่นเกมออนไลน์ทุกประเภทหลัง 22 นาฬิกา หรือห้ามเล่นเกิน 3 ชั่วโมงต่อวัน ซึ่งข้อบังคับนี้ส่งผลกระทบต่อเยาวชนที่ติดเกมดังกล่าว เยาวชนบางส่วนจึงเข้าไปพูดคุยกันในเว็บบอร์ดของประมูลดอตคอมในลักษณะของการระบายอารมณ์และกล่าวโจมตีกระทรวงไอซีที ซึ่งจุดมุ่งหมายของเว็บไซต์ดังกล่าวคือการซื้อขายสินค้าเท่านั้น แต่ภายหลังเว็บบอร์ดนั้นกลายเป็นที่รวมการแสดงพฤติกรรมก้าวร้าวของเยาวชนที่ขาดการควบคุมดูแล และได้มีการกล่าวคำหนึ่งขึ้นว่า “เกรียน” เพื่อเป็นการดูแคลนเยาวชนเหล่านั้น และคำนี้ได้ถูกนำไปใช้กันอย่างกว้างขวางในเว็บบอร์ดหรือเกมออนไลน์ต่างๆ

คำว่า เกรียน อาจมีที่มาจากทัศนคติของเด็กชายที่ตัดผมสั้นหัวเกรียน (ตามความหมายเดิมของพจนานุกรมฉบับราชบัณฑิตยสถานว่า สั้นเกือบติดหนังหัว ผิวหนัง หรือพื้นที่) ซึ่งมักจะแสดงพฤติกรรมก้าวร้าวในร้านอินเทอร์เน็ตที่ให้บริการเกมออนไลน์อยู่บ่อยๆ เนื่องจากความไม่พอใจในสถานการณ์บางอย่าง เช่นขณะเล่นเกม หรือความต้องการที่จะก่อกวนผู้อื่น และเมื่อถูกใช้บ่อยครั้งเข้า คำนี้จึงใช้แทนกลุ่มบุคคลที่มีพฤติกรรมเหล่านั้นไปเสีย โดยไม่คำนึงถึงอายุหรือวุฒิภาวะ

อย่างไรก็ตาม กลุ่มบุคคลเหล่านั้นมักไม่พอใจที่ถูกเรียกว่าเกรียน ซึ่งดูเหมือนเป็นการแบ่งแยกทางสังคม บางครั้งก็กลับเรียกบุคคลอื่นว่าเป็นเกรียนก็มี และเนื่องด้วยนิสัยส่วนตัวที่คิดว่าตัวเองเป็นศูนย์กลาง เกรียนจึงใช้ศัพท์สแลงแทนตัวอีกคำหนึ่งคือ เทพ เช่น เกรียนเทพ เป็นต้น ซึ่งใช้เปรียบว่าตนเองมีอำนาจหรือมีความยิ่งใหญ่เหนือกว่าผู้อื่น และมองผู้อื่นว่าด้อยกว่าตน เนื่องจากจุดเริ่มต้นที่เว็บไซต์หรือระบบในเกมออนไลน์บางแห่งไม่รองรับอักษรไทย จึงเขียนเป็น Inw (ไอ เอ็น ดับเบิลยู) ในลักษณะลีทซึ่งคล้ายคำว่า เทพ คำนี้สามารถพบเห็นได้บ่อยพอๆ กับคำว่าเกรียนและถูกใช้ควบคู่กันเรื่อยมา

เกรียนอาจจัดได้ว่าเป็น “นูบ” (noob) ประเภทหนึ่ง ซึ่งอาจใช้ในความหมายเชิงดูหมิ่น แผลงมาจากคำว่า “นิวบี” หรือ “นูบี” (newbie: อเมริกันอ่านว่า นูบี อังกฤษอ่านว่า นิวบี) คือ ผู้มาใหม่ คนไม่ประสีประสา หมายถึงบุคคลในอินเทอร์เน็ตที่เป็นสมาชิกใหม่ในเว็บบอร์ดหรือเกมออนไลน์หนึ่งๆ ที่ยังไม่รู้จักธรรมเนียมและมารยาทในสังคมนั้น และทำสิ่งที่ผิดพลาดในเรื่องที่ไม่สมควรจะผิดพลาด เป็นต้น

บุคลิกภาพของเกรียน

บุคคลที่อยู่ในสภาวะเกรียน อาจมีบุคลิกภาพต่อไปนี้มากกว่า 1 ข้อ

  • มีความเชื่อมั่นในตัวเองสูง ถึงขั้นที่เชื่อว่าตนเองเป็นฝ่ายถูกเสมอ หรือสร้างความน่าเชื่อถือให้ตัวเอง
  • ชอบพูดโอ้อวดตัวเอง คิดว่าผู้อื่นด้อยกว่าตน มักจะพยายามหาทางดูถูกผู้อื่นทุกด้าน และจะคิดว่าตนนั้นมีทุกอย่างสมบูรณ์เสมอ
  • มี EQ ต่ำ เนื่องจากจะแสดงออกตามอารมณ์เป็นที่ตั้งโดยไม่คำนึงถึงเหตุผล มีความอดทนต่อสิ่งเร้าภายนอกน้อยกว่าบุคคลปกติ
  • ใช้การแสดงออกทางวาจา (หรือข้อความที่พิมพ์) มากกว่าทางความคิด และใช้คำหยาบคายบ่อยครั้ง
  • ไม่รู้จักมารยาทในสังคม สร้างความรำคาญและไม่คิดถึงความทุกข์ร้อนของคนรอบข้าง
  • ชอบเรียกร้องความสนใจ สร้างประเด็นปัญหา ทำให้เกิดข้อขัดแย้งและการทะเลาะวิวาท
  • มักจะรวมกลุ่มระหว่างเกรียนด้วยกันเอง เนื่องจากผู้อื่นไม่คบหาสมาคม

 

กฏแห่งเกรียน บทความนี้จะทำให้คุณรู้จักคำว่า เกรียน มากขึ้น!

กฏแห่งเกรียน      ภาษาไทยวันละคำวันนี้ขอเสนอคำว่า เกรียน หากเปิดหาคำนี้ใน พจนานุกรรม ฉบับราชบัณฑิตยสถาน พ.ศ. 2542 หน้า 141 จะพบว่าถูกนิยามความหมายไว้ 3 ความหมายด้วยกันดังนี้เกรียน ๑ [เกรียน] ว. สั้นเกือบติดหนังหัว ผิวหนังหรือ พื้นที่ เช่น ผมเกรียน หมาขนเกรียน หญ้าเกรียน
เกรียน ๒ [เกรียน] ดู เลี่ยน ๑.
เกรียน ๓ [เกรียน] น. แป้งซึ่งนวดด้วยน้ำร้อนแล้วไม่น่ายเป็นเม็ดปนอยู่ เม็ดนั้นเรียกว่า เกรียน; เรียกปลายข้าวขนาดเล็กว่า ข้าวปลายเรียน

      แต่วันนี้ผมไม่ได้มาพูดถึงคำนี้ตามที่พจนานุกรรมให้นิยามไว้หรอกนะครับ แต่ผมขอพูดถึงมันในแง่มุมของมนุษย์ Cyber กันดีกว่าเราจะมาค้นหาความหมายของมันกันและเมื่อรู้ความหมายแล้วอย่าลืมสำรวจตัวเองด้วยนะว่าคุณ “เกรียนหรือเปล่า”

ต้นกำเนิดแห่ง เกรียน

      เกรียน คำนี้มีต้นกำเนิดมาจากที่ใดไม่มีหลักฐานระบุชี้ชัดได้ แต่ที่แน่ๆ บนศิลาจารึก หลักไหนๆ ก็คงไม่มีคำๆ นี้ปรากฏอยู่เป็นแน่ ผู้คว่ำวอร์ดในวงการณ์เกมบางคนบอกว่า พบเห็นคำนี้ครั้งแรกมาจากเกมออนไลน์ที่มีผู้นิยมเล่นสูงสุดเกมหนึ่ง ส่วนผู้คว่ำวอร์ดในวงการณ์บอร์ดบอกว่าเห็นครั้งแรกในเว็บซื้อขายแลกเปลี่ยนที่มีผู้ใช้มากที่สุดแห่งหนึ่ง ผมจึงไม่สามารถอ้างอิงได้ว่ามันมีต้นกำเนิดจากที่ใดกันแน่ รู้แต่เพียงว่าวันนี้มันถูกนำมาใช้อย่างแพร่หลาย

การขยายตัวของ เกรียน

      เกรียน ไม่ใช่คำด่าพร่ำเพรื่อเหมือนอย่างคำด่าอื่นๆ ที่เราคุ้นเคยมาตั้งแต่สมัยพ่อขุนรามคำแห่ง แต่เป็นคำที่ใช้ เฉพาะเจาะจงสำหรับกลุ่มคนประเภทหนึ่ง กลุ่มคนกลุ่มนี้เป็นกลุ่มคนพิเศษนักวิชาการบางท่านบอกว่า เป็นอาการของคนที่เสพหญ้ามากเกินไป จนคอโรฟิวในหญ้าไปอุดตันสมอง จนส่งผลให้การทำงานของสมองซีกขวา ซึ่งเป็นสมองด้านของเหตุผลและการเรียนรู้ หดตัวลง ในขณะที่สมองซีกซ้ายที่ทำหน้าที่เกี่ยวกับการใช้อารมณ์ขยายตัวใหญ่ขึ้น จึงส่งผลให้คนกลุ่มนี้ใช้แต่อารมณ์มากกว่าเหตุผลและการวิเคราะห์ไตร่ตรอง ดังจะพบพฤติกรรมดังกล่าวได้บ่อยๆ ในเกมออนไลน์ หรือตามเว็บบอร์ดทั่วไป สาเหตุที่ทำให้คำนี้เกิดการใช้อย่างแพร่หลายมากขึ้นไม่ใช่เพราะมันถูกนำมาใช้เป็นคำแฟชั่นหากแต่กลุ่มคนประเภทดังกล่าวขยายตัวมากขึ้นและลุกลามอย่างรวดเร็วจนยากที่จะหยุดยั้งได้ต่างหาก

กลุ่มที่อยู่ในสภาวะ เกรียน

      หลายคนอาจจะเข้าใจผิดจนเหมารวมไปเลยว่า เกรียน คือ กลุ่มเด็ก ตั้งแต่ ป.1 จนถึง มัธยมปลาย ที่ตัดผมสั้นเกรียน สาเหตุที่หลายคนตีความแบบนั้นอาจจะเป็นด้วยลักษณะทางกายภาพที่โดดเด่นคือทรงผมที่เลี่ยนเกรียนติดหนังหัว ซึ่งความจริงแล้วตาม “กฎของ เกรียน” หรือ “เกรียน Law” นั้นลักษณะดังกล่าวเป็นเพียงรากศัพท์ของคำว่า เกรียน เท่านั้นเอง หากแต่ในความเป็นจริง ตามหลักของ “เกรียน Law” คือ “ความเกรียนไม่จำกัด ทรงผม อายุ เพศ หรือ ฐานะ ทุกคนมีสิทธิเท่าเทียมในความเกรียนเหมือนกันหมด” ดังนั้นจึงพอจะสรุปได้ว่า สภาวะเกรียน เป็นสภาวะของพฤติกรรม ทางความคิด หาใช่ลักษณะทางกายภาพอย่างที่หลายคนเข้าใจกันไม่

ทำไมต้อง เกรียน

      หลังจากที่ได้ทำการศึกษาและค้นคว้าเป็นเวลาหลายวันผมได้พบว่า คำเหยียดสติปัญญาคำนี้เกิดขึ้นด้วยสาเหตุที่ว่า กลุ่มคนที่อยู่ในสภาวะเกรียนส่วนใหญ่จะเป็นเด็ก และเป็นกลุ่มเด็กที่เล่นเกมออนไลน์ อาจจะด้วยเพราะเกมออนไลน์ในบ้านเรา เปิดกว้างมากจนเกินไป จนเกิดการกระจุกตัวทางการแสดงออกในสถานที่เดียวกัน จนเมื่อเด็กๆ เกิดการคลุกคลีกับพฤติกรรมไม่เหมาะสมบ่อยๆ จึงดูดซึมพฤติกรรมเลวร้ายเหล่านั้นมาใช้โดยไม่มีคนคอยให้คำแนะนำ โดยพฤติกรรที่เราจะพบเห็นได้จากเด็กที่อยู่ในสภาวะเกรียนก็คือ การกระทำที่ไร้ความคิด พฤติกรรมไร้เหตุผล พฤติกรรมก้าวร้าวทางคำพูดและความคิด เมื่อเข้าสู่สภาวะเกรียนสมองซีกซ้ายจะขยายตัวอย่างรวดเร็ว จนบางครั้งคนที่อยู่ข้างๆ ต้องเข้าระงับสติด้วยการ เบิร์ดกระบาล ซีกซ้ายซะหนึ่งที ก่อนที่อาการจะลุกลามถึงขั้น “โคบ้า” ถ้าเป็นพวกวิกฤติหนักๆ ก็อาจจะกลายเป็น “กระบือบ้า” ได้เหมือนกัน

อาการที่เรียกว่า เกรียน

-กลุ่ม เกรียน มักจะมีความเชื่อมั่นตัวเองสูงในจินตนาการ แต่ปฏิบัติตัวตรงกันข้าม อยากเทพแต่ทำตัวถ่อย เกรียนประเภทนี้มีคนให้นิยามจำแนกออกมาเป็น กลุ่ม เทพเกรียน หรือ King of เกรียน หรือ เกรียน เหนือ เกรียน
-กลุ่ม เกรียน มักจะมีความอดทนต่อสิ่งเร้าภายนอกน้อยกว่าบุคคลปกติ และควบคุมอารมณ์ตัวเองไม่ค่อยได้ มักแสดงออกทางคำพูด มากกว่าทางความคิด หรือทีเรียกว่า “พูดโดยไม่คิด” ในบางรายจะชอบด่าทอผู้อื่นแบบไร้เหตุผล โดยเชื่อมั่นว่าตัวเองถูกเสมอ จนบางครั้งก้าวล่วงไปถึงบุพการีของผู้อื่น
- ชาวเกรียนจะมีความสุขไปกับการ ด่าคนแบบไร้ เหตุผล และอดีนาลีนของชาวเกรียนจะสูบฉีดรุนแรงขึ้นเมื่อถูกด่าตอบ ชาวเกรียนมีพฤติกรรมที่ชอบเรียกร้องความสนใจ ดังจะพบได้ตามเว็บบอร์ด ในกระทู้ดักควายต่างๆ พอเห็นคนเข้ามาด่าก็นั่งยิ้มชื่นใจ จนกลายเป็นค่านิยมเสพติดของพวกเค้าไปแล้ว
-อาการหนึ่งที่เห็นได้ชัดจาก กลุ่มเกรียนคือจะเป็นกลุ่มคนที่มี IQ และ EQ ต่ำ เนื่องจากไม่ค่อยชอบใช้ความคิด ชอบใช้แต่อารมณ์ สมองไม่สามารถดูดซึมเหตุผลเข้าไปได้ แต่ถ้าเป็นเรื่องปลุกเร้าอารมณ์ก้าวร้าวจะตื่นตัวในทันที

จะหลีกเลี่ยงสภาวะ เกรียน อย่างไร

      สภาวะเกรียนสามารถป้องกันได้โดยการสร้าง “ภูมิคุ้มกันโรคเกรียน” การแบ่งเวลาในการใช้ชีวิตประจำวันเป็นส่วนหนึ่งในการสร้างภูมิคุ้มกันโรคเกรียน การอ่านหนังสือ สะสมความรู้ ใช้สมองซีกขวาในการตัดสินใจ คิดวิเคราะห์ต่างๆ รู้จักระงับอารมณ์ การเป็นคนมีเหตุผล เปิดโอกาสในการรับฟังผู้อื่น เหล่านี้คือผู้ที่จะสามารถหลุดพ้นสภาวะเกรียนได้ นักวิชากรหลายท่านบอกว่า สภาวะเกรียนในเด็กจะหมดไปเมื่อพวกเค้าบรรลุนิติภาวะ แต่ในทัศนะของผมแล้ว การจะหลุดพ้นสภาวะเกรียนได้คุณจะต้องบรรลุนิติภาวะทางความคิด ไม่ใช่อายุ เพราะอย่าลืมว่า ความเกรียนมีอิสระเสรี สามารถเข้าสู่ทุกคนได้ หากคุณมีพฤติกรรมต่างๆ ดังที่ผมได้กล่าวมาแล้วนั้นโปรดระลึกว่า สภาวะเกรียนได้ย่างกรายมาสู่คุณแล้ว อย่าปล่อยให้มันฝังรากเข้าสู่กมลสันดารของเราได้ รีบสะบัดมันให้หลุดพ้น ก่อนที่ชื่อของเราจะถูกเปลี่ยนเป็น “ไอ้เกรียน”

 

ลักษณะนิสัยโดยทั่วไปของเกรียน

เกรียน จะพบได้2สถานที่ในคอมพิวเตอร์ คือ
1 ในตัวเกมออนไลน์ต่างๆ ในตัวเกม เกรียนจะไม่ค่อยมีบทบาทโดดเด่นสักเท่าไหร่นัก เพราะความสามารถในการเล่นเกมจะด้อยคุณภาพมาก เกรียนจะเข้าเกมไปเพื่อ เล่นแบบไร้มารยาทเช่น แจม ลูท ด่า ทุกคนที่เข้าไปเกี่ยวพันกับตัวคะครในเกมของเขา เกรียนมักจะแฝงตัวเข้าไปใน สังคม คนชั้นสูงของคนดัง ในเกม เพื่อต้องการจะไปตีสนิท เชิดหน้าชูตา หรือใช้ตัวละครเพศหญิง เข้าไปหลอก ผู้เล่นชายต่างๆ เพื่อไอเทม หรือของตอบแทนบางชนิดเมื่อเกรียนเริ่มเข้าไปในสังคมใหญ่ๆของเกมนั้นๆแล้ว เป้าหมายต่อไป คือ การทำให้ตัวเองมีชื่อเสียง
เกรียนเป็น! ที่กระหาย ชื่อเสียง เกรียนจะทำทุกวิถีทาง ไม่ว่าทางนั้นจะสกปรกแค่ ไหนเพียงเพื่อให้ทุกคนรู้จักชื่อของมันนั่นเอง วิธีการทำให้ตัวเองมีชื่อเสียงขึ้นมานั้น เกรียนส่วนใหญ่จะเลือกใช้วิธี โจมตีผู้เล่น ที่มีชื่อเสียงอยู่แล้ว เพราะนี่เป็นวิธีที่เร็วที่สุดในการสร้างชื่อเสียง
2 ตามเวบบอร์ด ต่างๆเมื่อเกรียนเลือกเป้าหมายที่จะใช้เป็นบันไดในการ สร้างชื่อเสียงได้แล้ว เกรียนจะเข้าไปยังเวบบอร์ด ของเกมนั้นทันทีซึ่ง เป็นที่ใช่แลกเปลี่ยนข่าวสาร ต่างๆ ของเกมนั้นๆ ซึ่งแน่นอน ผู้คนส่วนใหญ่ จะรับรู้ข่าวสารได้จากที่นั่น เกรียน จะโพสด่าผู้เล่นนั้นทันที แบบไม่ให้ตั้งตัว
วิธีการของสร้างภาพ ของเกรียน ประเด็นแรกที่ส่วนใหญ่มักพบเห็นคือ “คิดยังไงกับ…..” คำถามนี้ จะเป็นคำถามทางอ้อม ที่จะทำให้ผู้เล่นบางส่วนที่หมั่นไส้ผู้เล่น ชื่อที่ถูกกล่าวนั้น เข้ามาแสดงความคิดเห็น ด้วย เกรียนอาจใช้วิธีสมัครเมมใหม่ๆ เปลี่ยนสถานที่โพส เพื่อไม่ให้เลขip ซ้ำกัน เพื่อสร้างบุคคลที่3 ซึ่งแท้จริงแล้วก็มือเกรียนั่นเองแค่เปลี่ยนชื่อมาโพส เกรียนบางคนอาจขยันสมัครชื่อไว้มากมาย เพื่อมาโพสให้ดูเหมือนว่า มีคนเข้าข้างตัวเองมากมาย และ เมื่อมีคนด่าชื่อเป้าหมายแล้ว แผนต่อไปของเกรียนก็คือ สร้างเรื่องโจมตีผู้เล่นนั้น ต่อทันที ด้วยการนำเรื่องราวในเกมของเป้าหมาย มาโพสด่า เพื่อให้ผู้ที่ด่ามาในตอนแรกนั้นช่วยผสมโรง
ก่อนที่จะพูดถึงวิธีการรับมือกับ!ประเภทนี้ต้องมาทำความรู้จักพวก!เหล่านี้ซะก่อน ควรรู้ไว้ว่า………………….
1 เกรียนจะคิดว่าตัวเองดูดีเสมอ ทำอะไรจะต้องถูกไปซะทุกอย่าง
2 เกรียนจะคิดว่าตัวเอง นั้นมีความรู้ความฉลาดความสามารถสูงกว่าคนอื่น
3 เกรียนจะด่าคนอื่นได้หมด แต่จะโกรธมากเมื่อมีคนอื่นมาด่าตัวเอง
4 เกรียนจะไม่ด่าตัวเองเด็ดขาด เพราะอะไรย้อนไปอ่านข้อที่1
5 เกรียนชอบโพสชมตัวเองว่าเก่งกาจไม่มีผู้ใดสู้ได้แล้ว
6 เป็นเป็น!ประเภทกึ่ง4ขาชอบเxxx เมื่อเวลามีเรื่องแล้ว มักใช้วิธีหมาหมู่ เสมอ
7 เมื่อเกรียนอับจนหนทางในการต่อปากต่อคำในบอร์ด เกรียนจะท้าชกนอกจอ เพราอะไรย้อนไปอ่านข้อ 5
8 เกรียนมักชอบยั่วให้อีกฝ่าย โมโหจนฟิวส์ขาดเสมอ
9 เกรียนจะไม่ยอมถอย จนกว่าเกรียนจะเบื่อไปเอง
10 เมื่อ มีคนมาโพสช่วยในฝ่ายเป้าหมายที่จะโจมตี เกรียนมักคิดว่าเป็นตัวเป้าหมายเอง เพราะว่าเกรียนจะคิดว่า เป้าหมายใช้วิธีการเดียวกับตัวเอง (จึงอย่าแปลกใจที่เกรียนมักด่าอีกฝ่ายว่าเป็นพวกกัน
11 เกรียนจะไม่ยอมเอ่ยปากง่ายๆว่า เคยแพ้
12 เกรียนมักมีนิสัยโอ้อวด ทำให้สังเกตุง่ายๆ
13 เกรียนส่วนใหญ่บ้านมักจะไม่ค่อยมีฐานะ เพราะอะไรย้อนไปอ่านข้อ 12 (การโอ้อวด เป็นการลบป้อมด้อยอย่างหนึ่ง เพื่อทำให้ไม่มีใครรู้ว่า ตัวเองต้อยต่ำกว่า
14 เกรียนอาจมีผู้ช่วยเกรียน ซึ่งเกรียนคนนึง อาจมี เมมที่ไว้ใช้โพสสลับสับเปลี่ยนมาก เช่น 20 เมม
เมื่อมีผู้ช่วยเกรียน เมมที่จะมาโพสด่า เป้าหมาย ย่อมมีมากขึ้นเป็นทวีคูณ
15 เกรียนจะไม่เคยชมใคร เพราะอะไรย้อนไปอ่านข้อ2
16 เมื่อถูกตอบโต้มากๆ เกรียนจะไม่ยอมถอยง่ายๆ เพราะว่าเกรียน มีเมมบุคคลที่ 3 เป็น แบ๊คหลัง คอยโพสสนับสนุนตัวเอง ได้เสมอ
17 เเมื่อเกรียนไม่รู้จะด่าเรื่องอะไรต่อไปเกรียน จะขุดเรื่องเก่าๆ ย้อนกลับขึ้นมาด่า ซ้ำซาก เพื่อไม่ให้เรื่องจบง่ายๆ
18 เกรียนเป็น!อ่อนแอ ในโลกความจริง
19 เกรียนจะไม่ยอมเปิดเผยรูปตัวเอง ชื่อจริง และที่อยู่จริงเด็ดขาด
20 เมื่อเกรียนท้านอกจอแล้ว ให ้คิดว่าเป็นคำพูดลอยๆไม่มีทางเกิดขึ้นได้จริง เพราะอะไรย้อนไปอ่านข้อ18
21 เกรียนจะหงุดหงิด หัวเสียมาก เมื่ออีกฝ่ายไม่มาโพสตอบโต้ เพราะจะทำให้ เส้นทางความอยากดังต้องดับวูบลง
22 เกรียนไม่กลัว ผู้มีอิทธิพลใดๆทั้ง แม้กระทั้ง Gm หรือเวบมาสเตอร์ ในเวบนั้นๆ เนื่องมากจาก ข้อ16
23 เกรียนมัก จะคอยแอบติดตามเป้าหมาย คอยเก็บข้อมูลความผิดพลาดของเป้าหมาย เพื่อใช้ในการโพสโจมตีเป้าหมายให้มีมูลหนักแน่น
24 เกรียนมักสร้างเรื่องต่างๆขึ้นมากให้ดูใหญ่โต ทั้งที่จริงนั้น ตัวเองเป็นคนก่อขึ้นมา
25 เกรียนจะคิดว่าคำพูดตัวเองนั้น น่า เชื่อถือได้ มากที่สุด จึงมักจูงใจ คนอื่นให้เชื่อในคำพูดของตัวเอง เพราะอะไรย้อนไปอ่านข้อ1
26 ในโลกแห่งความจริง คุณจะรู้ได้ทันที ว่าใครมีเชื้อเกรียน เช่น การเล่นไป แหกปากตะโกนด่าไป การเล่นไป บ่นไป มีอาการหงุดหงิดหัวเสียตลอดเวลา เป็นต้น

เพลง คนธรรมดา – ชินวุฒ อินทรคูสิน

มกราคม 26th, 2010 by เด็กชายธีรภัทร ปานวงษ์

เพลงคนธรรมดาเป็นเพลงที่เกี่ยวกับ ผู้ชายคนหนึ่งที่ทำทุกอย่างเพื่อผู้หญิงที่ตนเองรัก โดยไม่หวังสิ่งตอบแทนใดๆ และไม่หวังว่าเธอจะมอง คนอย่างเค้า

เธอไม่ต้องกลัว ไม่ต้องหวั่นไหว
ไม่ต้องเกรงใจ เธอไม่ต้องกังวล
สิ่งที่ฉันนั้นทุ่มเทให้กับเธอ..ไม่เคยคิดอะไร

แค่อยากจะดูแลเธอเท่านั้น ไม่ได้ต้องการให้เธอมาสนใจ
ได้ใกล้ชิด ได้เป็นห่วงอยู่เสมอ แค่นี้ก็สุขใจ..แล้ว

ไม่ได้หวังว่าเธอ จะก้มมองคนธรรมดา
ไม่ได้คิดคว้าดาว.. ที่อยู่บน.. ฟ้า

แค่คนเดินดิน คนธรรมดา ไม่มีราคา ไม่มีคุณค่าใด
ไม่ใช่ผู้วิเศษ อย่างใครใคร
มีแต่ตัวและหัวใจเท่านี้.. ที่พอจะให้เธอ

เธอไม่ต้องตอบแทนอะไรฉัน แค่บอกต่อกันในสิ่งที่ต้องการ
คนคนนี้ไม่เคยเกี่ยง ว่าเรื่องนั้น จะยากเย็นสักเพียง.. ไหน

ไม่ได้หวังว่าเธอ จะก้มมองคนธรรมดา
ไม่ได้คิดคว้าดาว.. ที่อยู่บน.. ฟ้า

แค่คนเดินดิน คนธรรมดา ไม่มีราคา ไม่มีคุณค่าใด
ไม่ใช่ผู้วิเศษ อย่างใครใคร
มีแต่ตัวและหัวใจเท่านี้.. ที่ให้เธอไปแล้ว

แค่คนเดินดิน คนธรรมดา ไม่มีราคา ไม่มีคุณค่าใด
ไม่ใช่ผู้วิเศษ อย่างใครใคร
มีแต่ตัวและหัวใจเท่านี้.. ที่พอจะให้เธอ

“มีเจอต้องมีจาก มีพรากต้องมีพบ ความรักคือการให้โดยไม่หวังอะไรตอบแทน”

Michael Fred Phelps

มกราคม 14th, 2010 by เด็กชายธีรภัทร ปานวงษ์

ไมเคิล เฟรด เฟ็ลปส์ (อังกฤษ: Michael Fred Phelps) (เกิด 30 มิถุนายน พ.ศ. 2528) นักกีฬาว่ายน้ำชาวอเมริกัน ได้รับเหรียญรางวัลโอลิมปิก 16 เหรียญ (14 เหรียญทอง และ 2 เหรียญทองแดง) โดยได้จากโอลิมปิกฤดูร้อน 2004 ที่ประเทศกรีก 8 เหรียญ (6 เหรียญทอง 2 เหรียญทองแดง) และ โอลิมปิกฤดูร้อน 2008 ที่ประเทศจีน 8 เหรียญทอง ซึ่งปัจจุบันเขาเป็นนักกีฬาที่ได้รับเหรียญทองโอลิมปิกมากที่สุดในโลก โดยลงแข่งขันได้เหรียญทองรวม 16 เหรียญ (ข้อมูล ณ วันที่ 17 สิงหาคม พ.ศ. 2551)

เฟ็ลปส์ยังได้รับเลือกเป็นนักว่ายน้ำโลกประจำปี 2546, 2547, 2549, 2550 และนักว่ายน้ำอเมริกันประจำปี 2544, 2545, 2546, 2547, 2549, 2550

 

ชีวิตส่วนตัว

ไมเคิล เฟ็ลปส์ เกิดที่เมืองรอดเจอส์ฟอร์จ บริเวณชานเมืองของเมืองบอลทิมอร์ในรัฐแมริแลนด์ เขาเรียนจบระดับชั้นมัธยมที่ ทาวสัน ไฮสคูล เมื่อปี 2003 พ่อของเขาชื่อ เฟร็ด เฟ็ลปส์ เป็นตำรวจแห่งรัฐแมรี่แลนด์ และ เด้บบี้ เดวิสสัน เฟ็ลปส์ แม่ของเขาเป็นผู้อำนวยการโรงเรียนประถม ทั้งคู่หย่าร้างกันในปี ค.ศ. 1994 ไมเคิลมีชื่อเล่นว่า “เอ็มพี” มีพี่สาวอีกสองคนชื่อ วิทนีย์ และ ฮิลารี่ ซึ่งทั้งคู่เป็นนักว่ายน้ำเช่นกัน (โดยวิทนีย์ เกือบจะได้ลงแข่งว่ายน้ำให้กับทีมชาติสหรัฐอเมริกา ในโอลิมปิกเกมส์ 1996 แต่ต้องมาบาดเจ็บเสียก่อน)

ในวัยเด็ก ไมเคิล เฟลป์ส เป็นโรคสมาธิสั้น (ADHD) เขาเริ่มว่ายน้ำตั้งแต่อายุได้ 7 ปี ซึ่งเขาได้แรงบันดาลใจมาจากพี่สาวทั้ง 2 คน และเมื่ออายุ 10 ขวบ เขาก็สามารถทำลายสถิติระดับประเทศเมื่อเทียบกับเด็กอายุรุ่นเดียวกัน และในปี ค.ศ. 2000 ได้เข้าแข่งขันกีฬาโอลิมปิกฤดูร้อน 2000 ที่ซิดนีย์ ประเทศออสเตรเลีย ด้วยอายุเพียง 15 ปีเท่านั้น

เดือนพฤศจิกายน ค.ศ. 2004 ด้วยวัย 19 ปี เฟ็ลปส์ถูกจับในคดีเมาและขับ ที่เมืองซาลิสบิวรี่ รัฐแมรี่แลนด์ และต้องถูกปรับเงิน 250 ดอลลาร์สหรัฐฯ และบำเพ็ญประโยชน์ต่อสังคมเป็นเวลา 18 เดือน ด้วยการพูดรณรงค์ในเรื่องเมาไม่ขับตามโรงเรียนต่าง ๆ

ระหว่างปี 2004 ถึงปี 2008 เฟ็ลปส์ ได้รับการศึกษาในระดับอุดมศึกษาจากมหาวิทยาลัยมิชิแกน โดยศึกษาด้านการตลาดและการจัดการด้านกีฬา โดยเฟ็ลปส์พูดว่าเขาจะกลับมาศึกษาต่อที่บัลติมอร์เพื่อเข้าคัดตัวไปแข่งขันกีฬาโอลิมปิกฤดูร้อน 2008 โดยร่วมกับบ็อบ บาวแมน เมื่อเขาออกจากมหาวิทยาลัยมิชิแกนเขาพูดว่า “ผมไม่ได้ว่ายน้ำเพื่อใครอื่น ผมคิดว่าเราทั้งคู่ จะสามารถช่วยให้สโมสรนักกีฬาบัลติมอร์เหนือ (North Baltimore Athletic Club) ไปได้ไกลกว่านี้” โดยทางสโมสรออกมาประกาศว่า บาวแมนออกจากมหาวิทยาลัยมิชิแกนเพื่อมาเป็นซีอีโอของสโมสรเฟ็ลปส์ซื้อบ้านที่เฟลส์พอยต์ในบัลติมอร์ ที่ที่เขาจะกลับมาหลังจากโอลิมปิกฤดูร้อน 2008

เพื่อนร่วมทีมของเฟ็ลปส์เรียกเขาว่า “โกเมอร์” เพราะเขาดูเหมือน โกเมอร์ ไพล์ ตัวละครในซิตคอมเรื่อง The Andy Griffith Show

เขามีรายได้โดยประมาณ 5 ล้านเหรียญสหรัฐต่อปีในการโฆษณา บวกกับ 1 ล้านเหรียญจากบริษัทชุดว่ายน้ำสปีโดสำหรับชนะเหรียญทอง 8 เหรียญในการแข่งขันโอลิมปิกฤดูร้อน 2008

Michael Phelps Tribute

เหรียญรางวัล
กีฬาว่ายน้ำชาย
การแข่งขันสำหรับ   สหรัฐอเมริกา
กีฬาโอลิมปิก
ทอง ปักกิ่ง 2008 ฟรีสไตล์ 200 เมตร
ทอง ปักกิ่ง 2008 ผีเสื้อ 100 เมตร
ทอง ปักกิ่ง 2008 ผีเสื้อ 200 เมตร
ทอง ปักกิ่ง 2008 เดี่ยวผสม 200 เมตร
ทอง ปักกิ่ง 2008 เดี่ยวผสม 400 เมตร
ทอง ปักกิ่ง 2008 ผลัดฟรีสไตล์ 4 x 100 เมตร
ทอง ปักกิ่ง 2008 ผลัดฟรีสไตล์ 4 x 200 เมตร
ทอง ปักกิ่ง 2008 ผลัดผสม 4 x 100 เมตร
ทอง เอเธนส์ 2004 ผีเสื้อ 100 เมตร
ทอง เอเธนส์ 2004 ผีเสื้อ 200 เมตร
ทอง เอเธนส์ 2004 เดี่ยวผสม 200 เมตร
ทอง เอเธนส์ 2004 เดี่ยวผสม 400 เมตร
ทอง เอเธนส์ 2004 ผลัดฟรีสไตล์ 4 x 200 เมตร
ทอง เอเธนส์ 2004 ผลัดผสม 4 x 100 เมตร
ทองแดง เอเธนส์ 2004 ฟรีสไตล์ 200 เมตร
ทองแดง เอเธนส์ 2004 ผลัดฟรีสไตล์ 4 x 100 เมตร

หาดป่าตอง

มกราคม 14th, 2010 by เด็กชายธีรภัทร ปานวงษ์

   

หาดป่าตอง อยู่ห่างจากตัวเมืองภูเก็ตไปทางทิศตะวันตกเฉียงเหนือ 15 กิโลเมตร นับว่าเป็นหาดที่มีชื่อเสียงมากที่สุดของภูเก็ต เป็นชายหาดที่เพียบพร้อมด้วยสิ่งอำนวยความสะดวก เช่น โรงแรม ร้านอาหาร ร้านดำน้ำ ร้านขายอุปกรณ์กีฬาทางน้ำ และอื่น ๆ อีกมากมาย ไว้คอยบริการแก่นักท่องเที่ยว ด้วยชายหาดที่มีความยาวกว่า 4 กิโลเมตร และสิ่งอำนวยความสะดวกที่ครบครัน ป่าตองจึงเป็นหาดที่มีผู้นิยมมาเยือนมากที่สุด

หาดป่าตองถูกถล่มโดยคลื่นสึนามิในเหตุการณ์แผ่นดินไหวในมหาสมุทรอินเดีย เมื่อวันที่ 26 ธันวาคม พ.ศ. 2547ปัจจุบันหาดป่าตองเป็นหนึ่งในชายหาดสำคัญที่ได้รับการติดตั้งระบบเตือนภัยสึนามิ มีการซักซ้อมการอพยพและการช่วยเหลือนักท่องเที่ยวอยู่อย่างสม่ำเสมอ เป็นระยะๆ

โลมา

มกราคม 14th, 2010 by เด็กชายธีรภัทร ปานวงษ์

 

ประวัติปลาโลมา

           ตำนานกรีก เล่าว่า เทพแห่งไวน์ของกรีก ชื่อ ไดโอนีซอส (Dionysos) แปลงลงมาเป็นมนุษย์ และได้โดยสารเรือข้ามจากเกาะอิคาเรีย (Ikaria) ไปยังเกาะนาซอสในทะเลเมดิเตอร์เรเนียนไดโอนีซอสนั้นแม้จะเป็นเทพ ทว่าไม่มีญาณหยั่งรู้ว่าเรือลำที่ตนโดยสารไปนั้นเป็นเรือโจร ลูกเรือจะปล้นผู้โดยสารทุกคนถ้วนหน้า เมื่อถึงคราวของไดโอนีซอส เขาจึงถูกลูกเรือปล้น และคิดจะจับเขาไปขายเป็นทาส ด้วยเหตุนี้ เขาจึงจำต้องแสดงตนว่าเป็นเทพ และสาปให้เรือมีเถาองุ่นขึ้นเต็ม มีเสียงขลุ่ยดังขึ้น พวกลูกเรือตกใจ จึงกระโดดน้ำหนีไปหมด และได้กลายร่างเป็นปลาโลมา มาจนกระทั่งทุกวันนี้ เมื่อกลายเป็นปลาโลมา นิสัยของลูกเรือก็เปลี่ยนไปด้วย กลายเป็นสัตว์ที่ใจดี มีเมตตา แถมยังช่วยเทพแห่งสมุทร คือ โพซิดอนหาเจ้าสาวอีกด้วย ด้วยเหตุนี้ปลาโลมาจึงได้รับเกียรติจากโพซิดอน ตั้งชื่อ กลุ่มดาวกลุ่มหนึ่งว่า กลุ่มดาวโลมาอีกด้วย ที่จริงแล้วโลมาเคยเป็นสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนมที่อยู่บนบกเหมือนมนุษย์ แต่เพื่อความพยายามหาอาหาร เลี้ยงปากเลี้ยงท้อง และหนีศัตรู โลมาจึงค่อยๆปรับตัวให้ลงไปอยู่ในน้ำ เพื่อความอยู่รอดแทน นั่นเป็นตำนานของคนโบราณ แต่ในความเป็นจริงแล้ว โลมาเป็นสัตว์เลือดอุ่นอาศัยอยู่ในน้ำ คลอดลูก เป็นตัว แถมยังเลี้ยงลูกด้วยนมเหมือนมนุษย์ และยังเป็นสัตว์น้ำที่น่ารักเสียด้วย

รูปร่างของโลมา

          โลมา อาศัยอยู่กระจัดกระจายทั่วไปในมหาสมุทรนับร้อยชนิด แต่ในประเทศไทยที่เรารู้จักกันดีมีอยู่ ๒ ชนิด คือ โลมาปากขวด กับ โลมาหัวบาตร บางครั้งยังพบโลมาอยู่ในแม่น้ำอีกด้วย เช่น ในแม่น้ำคงคาที่ประเทศอินเดีย และในแม่น้ำโขง เป็นโลมาหัวบาตรน้ำจืด โลมา มีอวัยวะต่างๆทุกๆ ส่วนเหมือนกับสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนมทั่วไป หากแต่ละส่วนของอวัยวะ จะปรับเปลี่ยนต่างไปจากสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนมทั่วไป ดังนี้ จมูก โลมามีจมูกไว้หายใจ แต่จมูกนั้นต่างไปจากจมูกของสัตว์ อื่นๆ เพราะตั้งอยู่กลางกระหม่อมเลยทีเดียว เพื่อให้สะดวกต่อการเชิดหัวขึ้นหายใจเหนือน้ำ จากจมูกมีท่อหายใจต่อลงมาถึงปอดในตัว จึงไม่จำเป็นต้องให้น้ำผ่านเหงือกเข้าไปในปอดเพื่อช่วยหายใจเหมือนปลาทั่วไป หู หูของโลมานั้นเป็นเพียงแค่รูเล็กจิ๋วติดอยูด้านข้างของหัวเท่านั้น แต่หูของโลมามีประสิทธิภาพสูงมาก รับคลื่นเสียงใต้น้ำได้อย่างยอดเยี่ยม โดยเฉพาะกับภาษาที่โลมาสื่อสารกันด้วยเสียงที่มีคลื่นความถี่สูง การมองเห็น โลมามีดวงตาแจ่มใส เหมือนตาสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนม มีเปลือกตาปิดได้ และในเวลา กลางคืนตาก็จะเป็นประกาย เหมือนตาแมว ตาของโลมาไม่มีเมือกหุ้มเหมือนตาปลา และมองเห็นได้ไกลถึง ๕๐ ฟุต เมื่ออยู่ในอากาศ สีผิว สีผิวของโลมาแต่ละชนิดจะแตกต่างกัน ส่วนมากจะออกไปในโทนสีเทา ตั้งแต่เข้มเกือบดำ จนกระทั่งถึงเกือบขาว แต่โดยทั่วไปปลาโลมาจะมีสีผิวแบบทูโทนคัลเลอร์ คือมีสองสีตัดกัน ด้านบน เป็นสีเทาเข็ม ด้านล่างเป็นสีเกือบขาว เพื่อพรางตัวในทะเล ไม่ให้ศัตรูเห็น เพราะเมื่อมองจากด้านบน สีเข็มจะกลืนกับสีน้ำทะเล และถ้ามองจากด้านล่างขึ้นไป สีขาวก็จะกลืนเข้ากับแสงแดดเหนือผิวน้ำ

ความฉลาดของโลมา

           ว่ากันว่า โลมานั้นฉลาดไม่แพ้เด็กตัวเล็กๆ เลยทีเดียว ที่เป็นเช่นนี้เพราะโลมามีขนาดสมอง เมื่อเทียบกับลำตัวขนาดใหญ่มาก แถมภายในสมองยังซับซ้อนอีกด้วย โลมาปากขวดนั้นถึงกับมีขนาดของสมอง เทียบกับลำตัวใหญ่เป็นที่สองรองจากมนุษย์ และ สมองส่วนซีรีบรัม อันเป็นส่วนของความจำ และการเรียนรู้ ก็มีขนาดใหญ่มาก เป็นศูนย์รวมของการรับกลิ่น การมองเห็น และการได้ยิน จนทำให้ นักวิทยาศาสตร์ผู้หนึ่ง กล่าวว่า ไม่แน่นักว่าโลมาอาจจะฉลาดเท่ากับมนุษย์ก็เป็นได้ โลมาผู้ช่วยชีวิต เรื่องเล่าเกี่ยวกับปลาโลมาช่วยชีวิตคนนั้นมีอยู่บ่อยครั้ง แต่จริงๆแล้ว เป็นเพราะปลาโลมาต้องการช่วยชีวิตคนจริงๆ หรือ เชื่อว่าจริงๆ แล้ว ปลาโลมานั้นเป็นปลาที่อ่อนโยน รักสนุก และขี้เล่น ที่มันช่วยคนอาจเป็นเพราะมันต้องการเข้ามาเล่นสนุกๆ เท่านั้น หรือไม่เช่นนั้นก็อาจเป็น สัญชาตญาณของแม่ปลาที่มักจะดุนลูกขึ้นไปหายใจบนผิวน้ำอยู่เสมอ โดยเฉพาะถ้าลูกปลาเสียชีวิต ระหว่างคลอด จะพบว่าแม่ปลาจะพยายามดุนศพลูกเอาไว้ให้ใกล้ผิวน้ำมากที่สุด ภัยร้ายของโลมา ในประเทศไทย โลมาที่ติดอวนมาแล้ว จะถูกชำแหละเนื้อขายด้วยราคาถูกๆ เนื่องจากเนื้อปลาโลมามีความคาวมาก จึงไม่มีผู้นิยมบริโภคเท่าใดนัก ในประเทศญี่ปุ่น แต่เดิมเคยเป็นประเทศที่ล่าปลาวาฬมากที่สุดในโลก จนกระทั่งปลาวาฬใกล้สูญพันธ์ จึงถูกสั่งห้ามล่าปลาวาฬ หันมาล่าปลาโลมาแทน โดยเพิ่มปริมาณการล่าปลาวาฬขึ้นเป็นสี่เท่า ทำให้โลมาในทะเลญี่ปุ่นลดน้อยลงเป็นอันมาก จะเห็นว่าโลมา ไม่ได้มีชีวิตอยู่สุขสบายนักในท้องทะเลธรรมชาติ ดังนั้น เราก็ควรที่จะอนุรักษ์เจ้าโลมาไว้ เพื่อที่จะได้ยกให้มันเป็นสัตว์ที่น่ารัก และมีให้เราได้เห็นอยู่ในท้องทะเลได้อีกนานๆ คงไม่มีใครอยากเห็นเจ้าโลมาน้อยน่ารัก โดนสาปให้แข็ง ตั้งโชว์อยู่ในพิพิธภัณฑ์ และมีป้ายเขียนว่า “สัตว์สูญพันธุ์” เป็นแน่

ชมโลมาแสนรู้ที่ โอเอซิส ซีเวิลด์

การสอบสัมภาษณ์

มกราคม 14th, 2010 by เด็กชายธีรภัทร ปานวงษ์

   

แนวข้อสอบสัมภาษณ์ อย่าง่าย ๆ
1.   เดินเข้าไปหน้าโต๊ะกรรมการสอบ ให้ทำความเคารพด้วยการไหว้ และกล่าวคำว่า สวัสดีคับ/คะ ควรยืนตรงกลางด้านหน้ากรรมการ  ปกติจะมี 3 คน
2.   ถ้ากรรมการเชิญนั่งให้กล่าวคำขอบคุณแล้วนั่งเก้าอี้  นั่งแล้วควรขยับให้นั่งสบาย ไม่ควรนั่งชิดพนักจนเกินไป
ถ้ากรรมการไม่เชิญนั่งให้แนะนำตัวต่อเลย ตามนี้
   1.   สวัดดีคับกระผมชื่อ…………………………..ลำดับที่……………เลขประจำตัวสอบ………………………….
สมัครสอบในตำแหน่ง………………………..ระดับ………..มารายงานตัวเพื่อขอรับการสอบสัมภาษณ์คับ
 กรรมการเชิญนั่ง ตอนนั่งหากมีเอกสาร หรือport ให้ยื่นให้กรรมการตอนนั้นเลย  ( ถ้าไม่เชิญนั่ง ) ให้ต่อด้วย ข้อ 2
2.ประวัติการศึกษา
   ประวัติการศึกษา จบการศึกษาชั้นสูงสุดในระดับ…………………..  สาขาวิชา…………………….เมื่อปี พ.ศ………………………จากมหาวิทยาลัย………………………… คับ (หากกำลังเรียนต่อให้บอกว่า ขณะนี้กำลังศึกษาต่อในระดับ…………….มหาวิทยาลัย……………………
3.ประวัติการทำงาน
ให้แยกเป็นปี ๆ  หากมีการทำงานหลายที่  ถ้ามีที่เดียวให้บอกตำหน่งที่ทำงาน บริษัท ระยะเวลาการทำงานกี่ปี
4. ปัจจุบัน ทำงานอะไร ตำแหน่งอะไร

ข้อ 1 – 4 ให้เวลาประมาณ  ไม่เกิน 3 นาที
ต่อไป การตอบคำถามตามซองคำถาม หรือ คำถามที่กรรมการเตรียมไว้  คำถามก็จะมี
1.   ความรู้ทั่วไป  เหตุการณ์ปัจจุบัน ข่าวสาร
2.   พรบ กฏหมายต่าง ๆ เกี่ยวกับตำแหน่งที่เราสอบ
3.   ความรู้ทั่วไปในจังหวัด  คำขวัญ ชื่อผู้ว่า  otop  สถานที่ท่องเที่ยว  หรืออาจจะเป็นความรู้ในตัวจังหวัดเราเองเลยคับ
4.   การตอบคำถามไม่ควรประหม่า เมื่ออ่านคำถามเสร็จ ควรพักแปปนึงเพื่อคิด แต่ไม่ควรนานเพื่อให้กรรมการรู้ว่าเราคิดก่อนตอบ  ถ้าไม่ทราบ หรือไม่แน่ใจ ให้บอกว่า ไม่ทราบคับ และจะกลับไปหาข้อมูลมาเพิ่มเติมครับ
5.   การตอบคำถามควรตอบด้วยความกระชับ ไม่ยืดยาวจนเกินไป  ไม่ควรชักแม่น้ำทั้ง 5  ควรตอบด้วยใจความสำคัญของคำถามนั้น ๆ
6.   เมื่อตอบคำถามเสร็จ กรรมการจะถามว่ามีอะไรจะถามต่อไหม  ควรตอบว่า ไม่มี  หากว่าตอบว่ามีกรรมการเค้าจะรุ้ว่าเราไม่ได้เพรียมข้อมูลมา
7.   พอกรรมการบอกว่าเรียบร้อยละ ให้ไหว้ และกล่าวคำขอบคุณ   ยืนขึ้น  และทำความเคารพอีกรอบ และเดินออกทางออกที่เค้าเตรียมไว้ให้  ไม่ควรเดินย้อนกลับไปทางที่นั่งรอสอบสัมภาษณ์
8.   หลังสอบสัมภาษณ์เสร็จควรออกจากที่สอบทันที ไม่ควรพูดคุยกับเพื่อนที่รอสอบ เดวกรรมการจะตัดคะแนนคับ
9.   การสอบสัมภาษณ์เป็นการวัดปฏิภาณ  ไหวพริบ ในการเตรียมตัวของผู้เข้าสอบ  ไม่ควรใจร้อน ตอบโดยไม่คิด   ควรมีความมั่นใจ  ไม่ประมาท  มีสมาธิ์  แค่นี้ก็อ สบายแล้ว  โชคดีคับ

เทคนิคการเล่นฟุตซอล

มกราคม 14th, 2010 by เด็กชายธีรภัทร ปานวงษ์

เทคนิคการเล่นฟุตซอล

การเล่นฟุตซอลนั้นต้องมีการเคลื่อนที่อยู่ตลอดเวลา โดยที่ผู้เล่นทั้งหมดในสนามต้องเคลื่อนที่เป็นสามเหลี่ยม เพื่อการทดแทนของตำแหน่งอีกคนที่เคลื่อนที่ อีกทั้งการเคลื่อนที่เพื่อหาที่ว่างในการเล่นนั้น สามารถทำให้การเดินเกมส์ไม่มีสะดุดด้วย พร้อมทั้งการหมุนเวียนของผู้เล่นเพื่อการใช้พื้นที่อย่างมีจำกัด
การจับบอลด้วยฝ่าเท้าจำเป็นอย่างยิ่งในการเล่นฟุตซอล เพราะจะทำให้การคอนโทรลลูกฟุตซอลได้ดี และสามารถหาจังหวะในการทำประตูได้
การใช้เทคนิคในการเล่นกีฬาฟุตซอล จำเป็นอย่างยิ่งในการเล่นเพราะ
1. ป้องกันอาการบาดเจ็บ
2. การรู้จักการเคลื่อนที่และหมุนเวียน ทดแทนตำแหน่งเพื่อนในสนาม
3. การหาช่องว่างในการรับบอล
4. การจับบอลด้วยฝ่าเท้า
5. การโยกหลอกหรือไขว้ หรือสับขาหลอก แต่อย่าทำจนเป็นนิสัยจนลืมการเล่นเป็นทีม
6. การเล่นเป็นทีมจำเป็นมากในการเล่นฟุตซอล เพราะต้องอาศัยการหาช่องว่างและการเคลื่อนที่อย่างรู้ใจ
7.น้ำใจนักกีฬา จำเป็นมากนะครับในการเล่นกีฬาทุกประเภทล่ะ

« Previous Entries